ufa365 แกร่งกว่าเพื่อน! “สวัวลส์” เผย 2 ทีมได้โอกาสซิวแชมป์ UCL มากมายสุดฤดูกาลนี้

พอล สโคลส์ ตำนานกลางรุกของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทายอย่างมั่นอกมั่นใจว่าในศึก ยูฟา แชมเปียนส์ลีก ฤดูนี้ มีเพียงแค่ 2 ทีมเพียงแค่นั้นที่เข้มแข็งพอเพียงจะได้แชมป์เป็น หงส์แดง และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

“ถ้าหากถามคำถามว่าคนใดกันได้โอกาสขึ้นครองบัลลังก์ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก มากสุดในฤดูกาลนี้ ส่วนตัวผมขอชูให้เป็น หงส์แดง หรือไม่ก็ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สองทีมเพียงแค่นั้นจริงๆ” อดีตกาลดาวเตะปีศาจแดง กล่าวกับ Webby & O’Neil Youtube Channel

“ผมรู้ดีว่าคนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจไม่เห็นด้วย ในช่วงเวลาที่บางบุคคลเชื่อแต่ว่าไม่กล้าพูดด้วยเหตุว่ามันดูโอเวอร์ไป แต่ว่าพวกเขาเป็นสองทีมที่แกร่งสุดบนเวทียุโรปอย่างชัดเจนสุดๆแล้วล่ะ”

“แม้ว่า แมนฯ ซิตี้ จะเพิ่งจะบุกไปแพ้ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง 0-2 แต่ว่ามันก็ไม่ใช่การพ่ายแพ้ในเรื่องคุณภาพเลยแม้กระทั้งเล็กน้อย และยังเหลือเกมให้เล่นในรอบแบ่งกลุ่มอีกมากพอที่สามารถช่วยพิสูจน์ให้มองเห็นอะไรดีๆมากยิ่งกว่านี้”

“แต่ว่าสิ่งจำเป็นสุดเป็น แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งสูงสุดในรายการนี้มานานยาวนานหลายปีแล้ว และพวกเขาก็เฉียดฉิวเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์มากยิ่งขึ้นทั้งที่คงจะทำสำเร็จไปตั้งนานแล้ว ด้วยเหตุนี้เมื่อความขมักเขม้นมันพุ่งทะยานถึงขีดสูงสุด ก็คงจะพอดีที่ฤดูนี้นี่แหละ”

“แน่นอนว่าในฐานะที่ผมเป็นคนของ แมนฯ ยูไนเต็ด ย่อมไม่ต้องการที่จะอยากเห็นภาพการบรรลุเป้าหมายของเพื่อนบ้านผู้น่าเบื่ออยู่แล้ว แต่ว่าในฐานะคนวงการบอล ต้องยอมรับในความแข็งแกร่งของพวกเขาด้วยทั้ง แมนฯ ซิตี้ ทั้ง หงส์แดง ทั้งสองเข้มแข็งมากจริงๆ”

ufa mobile ไม่ให้อุทธรณ์! ศาลสั่งจำคุก “แอร์กน็องเดซคนพี่” 6 เดือน คดีละเมิดพบแฟนปี 2017

ข่าวใหญ่ของแวดวงลูกหนังเยอรมนีแล้วก็ฝรั่งเศส เมื่อ ลูกาส์ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ แนวรับของบาเยิร์น มิวนิค ถูกศาลกรุงมาดริดวินิจฉัยติดตะราง 6 เดือน คดีที่เจ้าตัวละเมิดคำสั่งห้ามเข้าใกล้แฟนสาวเมื่อปี 2017

ช่วงวันที่ 13 ตุลาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ตรงเวลาท้องถิ่น ศาลอาญากรุงมาดริด ได้ปฏิเสธการอุทธรณ์โทษจำเรือนจำ โดยลำแข้งดังได้รับคำสั่งให้ไปขึ้นศาลอีกครั้งในวันที่ 19 ตุลาคมนี้ หลังจากนั้นเขามีเวลา 10 วันเพื่อตกลงใจว่าจะเลือกติดคุกที่ไหนในสเปนต่อไป

โดยคดีนี้ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ ก่อไว้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2017 ขณะเป็นผู้เล่นแอตเลติโก มาดริด ด้วยการทำร้าย เอมิเลีย ยอเรนเต แฟนสาววัย 35 ปี ซึ่งศาลลงอาญาให้เขารับใช้ชุมชนเป็นเวลา 31 วัน แล้วก็ห้ามเข้าใกล้แฟนสาวในระยะ 500 เมตร เป็นเวลา 6 เดือน โดยเด็ดขาด

อย่างไรก็แล้วแต่ เพียงแค่ 4 เดือนจากนั้น ในวันที่ 13 มิถุนายน 2017 เครื่องปรับอากาศกน็องเดซได้ละเมิดคำสั่งศาลแล้วก็โดนจับจับที่สนามบินมาดริด ขณะกำลังจะขึ้นเครื่องไปฮันนีมูนกับ เอมิเลีย ที่ไมอามี ประเทศสหรัฐอเมริกา

แม้ตัวแฟนสาวจะกลับมาคืนดีกับดาวเตะวัย 25 ปีแล้ว แม้กระนั้นศาลจัดว่าเครื่องปรับอากาศกน็องเดซละเมิดคำสั่งอย่างเหี้ยมหาญ ทำให้ในธ.ค. 2019 เครื่องปรับอากาศกน็องเดซถูกศาลมาดริดวินิจฉัยให้ติดตะรางในข้อหานี้ ก่อนเจ้าตัวจะยื่นอทุธรณ์ขอต่อสู้ตามวิธีการกฎหมายมาตลอด 2 ปี แม้กระนั้นก็ไม่ประสบความสำเร็จ

สำหรับ ลูกาส์ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ มีน้องชายที่อายุน้อยกว่า 1 ปี อย่าง เตโอ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ ที่เล่นให้ เอซี มิลาน ในอิตาลี โดยทั้งสองเป็นลูกชายของ ฌอง-ฟร็องซัวส์ เครื่องปรับอากาศกน็องเดซ อดีตแผงหลังของแอตเลติโก มาดริด ในยุคต้นทศวรรษ 2000

ufa168 “อิคาร์ดี้” ดาวยิงเปแอสเช รับไม่สนย้ายซบ นิวคาสเซิ่ล

ภายหลังที่มีแถลงการณ์ว่า เมาโร อิคาร์ดี้ ดาวยิงกลุ่มชาติประเทศอาร์เจนตินา เปลี่ยนเป็นจุดหมายอันดับที่หนึ่งของ นิวค้างสเซิ่ล ยูไนเต็ด กลุ่มดังในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ข้างหลังการเข้าเข้าครอบครองชมรมของ พีไอเอฟ กรุ๊ปทุนจากซาอุดิอาระเบีย เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา

แต่ปัจจุบัน ศูนย์หน้าวัย 28 ปี ได้ออกมายืนยันว่าเขาจะไม่ย้ายออกจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง สังกัดเดิมในลีกเอิง ประเทศฝรั่งเศส อย่างแน่แท้ โดย กาบริเอเล่ จุฟฟริด้า เอเยนต์ของตัวนักฟุตบอลได้ออกมาเผยกับ กัลโช่แมร์กาโต้ สื่อดังของประเทศอิตาลี

“การลาปารีสไม่อยู่ในแผนของ เมาโร และ แวนด้า มันเป็นสิ่งท้ายที่สุดที่ทั้งสองอยาก ผมไม่เห็นเลยว่า เมาโร จะย้ายกลุ่มในเร็วๆนี้” เอเยนต์ของหน้าแข้งดังออกมายืนยัน

ส่วนปัจจัยก็เพราะเหตุว่า แวนด้า ที่นาร่า ภรรยาของศูนย์หน้ากลุ่มชาติอาร์เจนติเตียนน่า ไม่ได้อยากที่จะย้ายไปดำเนินชีวิตที่อังกฤษ เนื่องจากว่าชื่นชอบการใช้ชีวิตที่กรุงปารีส และตัวของหน้าแข้งดังก็เชื่อฟังภรรยาอย่างมากมาย ที่ผ่านมา นางเบบสาวชาวอาร์เจนไตน์วัย 34 ปี จัดว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ ศูนย์หน้าวัย 28 ปี อย่างมากมายในตอนหลังเรียกว่าคุมทุกๆสิ่งทุกๆอย่างได้อยู่มือ ถึงแม้ว่าจะเรื่องการย้ายกลุ่มและต่อสัญญากับชมรม

โดย แวนด้า ที่นาร่า เผยว่ากลเม็ดผูกดวงใจผัวของเธอก็คือการเอาใจใส่ในวันแล้ววันเล่าไม่ว่าจะเป็นการเตรียมอาหารในตอนเวลาเช้า แล้วต่อจากนั้นก็ทำขนมในช่วงบ่าย และจบที่เรื่องบนเตียง แถมยังมีข่าวซุบซิบในหมู่นักฟุตบอลว่า อีการ์ดี้ มีเซ็กซ์กับภรรยาของเขามากถึงวันละ 12 ครั้งต่อวันอย่างยิ่งจริงๆ

สำหรับตอนนี้ทั้งคู่มีลูกทั้งหมด 5 คน โดยกำเนิดกับผัวเก่า มักซี่ โลเปซ 3 คน และกับ เมาโร อิคาร์ดี้ ผัวคนตอนนี้ 2 คน โดยแม้เธอจะผ่านการมีลูกมาแล้วถึง 5 คน แต่หุ่นองค์เอวของเธอยังจัดว่าขายได้มีคนติดตามมากยิ่งกว่า 8.1 ล้าน ในอินสตามึงรม

มาแบบอลังการ! เจ้าของงานเปิดตัวโลโก้พร้อมคำคมศึก “ยูโร 2024”

การเปลี่ยนแปลงของการประลองบอลชิงชนะเลิศแห่งชาติยุโรป ครั้งที่ 17 หรือ ยูโร 2024 (EURO 2024) ที่ทาง “อินทรีเหล็ก” กลุ่มชาติเยอรมนี สู้หน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพจัดการชิงชัย

ปัจจุบัน ที่สนามโอลิมปิก สเตเดียม ในกรุงเบอร์ลิน ชาติเจ้าภาพได้จัดพิธีเปิดตัว 10 เมืองที่จะใช้สำหรับการชิงชัย พร้อมด้วยโลโก้และก็คำคมออกมาเป็นระเบียบ

โดยโลโก้ของศึกยูโร ครั้งที่ 17 นี้ ถูกเปิดตัวด้วยการแสดงแสงสีเลิศ โดยได้แรงจูงใจมาจากสีธงชาติของสมาชิกยูฟ่า (UEFA) ทั้งยัง 55 ชาติ


ในขณะที่ถ้วยรางวัลชนะเลิศของการประลอง เจ้าภาพได้นำแถบสีทั้งยัง 24 แถบ คือ 24 ชาติ ที่ได้ร่วมทัวร์นาเมนต์ในรอบสุดท้าย มาจัดเรียงล้อมถ้วยโทรฟี่ พร้อมคำคมคือ “United by Football. Vereint im Herzen Europas” หมายความว่า “หลอมรวมกันด้วยบอลในใจกลางของยุโรป” สื่อถึงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกัน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียว และก็การหลอมรวมเข้าด้วยกัน

ส่วน 10 เมืองเจ้าภาพของเยอรมนี มี มิวนิค, เบอร์ลิน, โคโลญจน์, ดอร์ทมุนด์, ดุสเซลดอร์ฟ, แฟรงค์เฟิร์ต, สเหม็นตุตการ์ต, ฮัมบูร์ก, ไลป์สิกข์ และก็ เกลเซนเคียร์เชน โดยการประลองจะมีทั้งสิ้น 51 นัด ตั้งแต่ 14 มิถุนายน ถึง 14 เดือนกรกฎาคม 2024

เปิดความเชื่อ อาถรรพณ์วังน้ำวน หน้าวัดพนัญเชิง

วันนี้ aorest ร้านพวงหรีด เสนอเรื่องจากกรณีเรื่องเรือล่ม บริเวณท่าน้ำวัดพนัญเชิงวรำไพหาร จังหวัดอยุธยา ซึ่งมีความเห็นกันว่าจุดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว เป็นจุดบรรจบของแม่น้ำใหญ่ทั้งยัง 2 สายหมายถึงแม่น้ำเจ้าพระยา รวมทั้งแม่น้ำป่าสัก ซึ่งเมื่อแม่น้ำทั้งยัง 2 สายมาบรรสิ้นสุดกัน เกิดเป็นวังน้ำวน มีกระแสน้ำไหลแรงเชี่ยว ประกอบกับถ้ามีฝนตกมาก หรือฤดูน้ำหลาก จุดนี้ก็จะเป็นจุดอันตราย ทำให้ที่ผ่านมาบริเวณนี้เกิดเหตุเรือล่มบ่อยครั้ง ซึ่งถึงแม้จะมีการเดาถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ายังมีเรื่องราวเกี่ยวกับความศรัทธาของประชาชนที่มั่นใจว่าจุดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็นจุดอาถรรพณ์ด้วย

สำหรับเรื่องราวของอาถรรพณ์วังน้ำวนนี้ มีความเห็นกันว่าจุดดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็นจะมีถ้ำใต้น้ำอยู่ ถ้าเรือผ่านตอนน้ำวนนี้ จึงควรจุดธูปบอก เป็นการขอผ่านทางให้สิ่งอำนาจช่วยคุ้มครองป้องกัน เรือก็จะสามารถผ่านบริเวณจุดนี้ไปได้โดยสวัสดิภาพ

นายกฤษฎา บัวรังษี หัวหน้าทีมงานท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวรวมทั้งกีฬาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้กล่าวถึงเรื่องของถ้ำใต้น้ำวัดพนัญเชิงฯ ในรายการโหนกระแส ช่วงวันที่ 4 ตุลาคม 2564 บอกว่า

ความศรัทธาเกี่ยวกับวัดพนัญเชิงฯ นั้น คนภายในพื้นที่เล่าต่อๆกันมาว่า เวลาไหว้หลวงพ่อโต พระพุทธรูปในอุโบสถ วัดพนัญเชิงฯ เมื่อเอาหูแนบพื้น ก็จะได้ยินเสียงเสมือนมีโพรง หรือถ้ำอยู่ด้านล่าง ก็เลยเชื่อกันว่าด้านล่างมีถ้ำ รวมทั้งมีโพรงตะไข้ใหญ่อยู่ด้านล่าง ซึ่งในเรื่องนี้เป็นความเชื่อที่มาในรูปแบบของความเป็นมงคล โชคลาภ ไม่ได้เป็นความมั่นใจว่าจะมีคนใดกันเสียชีวิตที่ตรงนั้น

รวมทั้งเมื่อกล่าวถึงวัดพนัญเชิงฯ แล้ว ยังมีหนึ่งเรื่องเล่าที่เกี่ยวโยงกับวัดพนัญเชิงฯ เป็นเรื่องของพระนางสร้อยดอกหมาก โดยปรากฎในพงษาวดารเหนือ ที่ได้มีการกล่าวถึงพระนางสร้อยดอกหมาก ไว้ในเรื่องของพระเจ้าสายน้ำผึ้งว่า

พระนางสร้อยดอกหมาก เป็นพระธิดาบุญธรรมของพระเจ้ากรุงจีน ประสูติจากจั่นหมาก พระเจ้ากรุงจีนได้ทรงยกลูกหญิงของพระองค์ให้เป็นพระอัครมเหสีของพระเจ้าสายน้ำผึ้ง โดยทั้งยัง 2 เข้าพิธีอภิเษกกัน ก่อนที่พระเจ้ากรุงจีนจะทรงจัดเรือสำเภาให้พระเจ้าสายน้ำผึ้ง รวมทั้งพระนางสร้อยดอกหมากได้เสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา

เมื่อเดินทางมาถึงกรุงศรีอยุธยา พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้เสด็จเข้าพระราชสำนักก่อน รวมทั้งส่งผู้รับมาพระนางสร้อยดอกหมากเข้าพระราชสำนัก แต่พระนางสร้อยดอกหมากนั้น อยากที่จะให้พระเจ้าสายน้ำผึ้งมารับด้วยพระองค์เองเมื่อไม่เห็นพระองค์ก็เลยไม่ยินยอมเสด็จ ประกอบกับที่พระเจ้าสายน้ำผึ้งได้ทรงตรัสเย้าแหย่ในเชิงว่าไม่มาก็อยู่ตรงนี้ พระนางเกิดความเข้าใจผิด รวมทั้งความน้อยใจ ก็เลยทรงกลั้นใจจนถึงสิ้นพระชนม์ พระเจ้าสายน้ำผึ้งก็เลยโปรดฯ ให้สร้างศาลขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระนางสร้อยดอกหมากที่จากไป

สำหรับ ศาลพระนางสร้อยดอกหมาก หรือศาลเจ้าแม่สร้อยดอกหมาก ตั้งอยู่ด้านในบริเวณวัดพนัญเชิงฯ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผู้คนนิยมไปขอพรในหัวข้อต่างๆทั้งยังขอพรความรัก การงาน การบรรลุเป้าหมาย รวมทั้งทรัพย์สิน

เศษเงินพระผู้เป็นเจ้า! “ซลาตัน” จัดเฟอร์รารี Sf90 Stradale เป็นของขวัญวันเกิดปีที่ 40

เมื่อวันที่ 3 เดือนตุลาคมก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดปีที่ 40 ของนักเตะฉายา “พระเจ้า” ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ศูนย์หน้าจอมเก๋าชาวประเทศสวีเดน รวมทั้งเนื่องในวันเกิดของเขา เขาจึงซื้อของขวัญพิเศษให้กับตัวเอง


โดยของขวัญชิ้นดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นก็คือ รถยนต์กำลังไฟฟ้า-ไฮบริด สีทอง “เฟอร์รารี Sf90 Stradale” มูลค่า 4 แสนปอนด์ (ราว 18.4 ล้านบาท) โดยรถยนต์คันนี้ สามารถทำความเร็วได้ 320 กิโลต่อชั่วโมง ซึ่งเขาได้โพสต์ภาพของรถยนต์คันนี้ ลงในอินสตามึงรม iamzlatanibrahimovic พร้อมแคปชั่น “Happy Birthday to Zlatan”

หากย้อนกลับไปในปีที่ผ่านมา ลำแข้งประเทศสวีเดนรายนี้ ก็ได้รถยนต์คันใหม่ ด้วยรถยนต์ปอร์เช่ 911 Targa 4S Heritage Design Edition สีแดง รวมทั้งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา เขาก็ได้ใช้เงิน 1.4 ล้านปอนด์ (64 ล้านบาท) สำหรับการซื้อรถยนต์ FERRARI MONZA SP2 รุ่นหายากมาครอง

ไม่เพียงเท่านั้น ในคอลเลคชั่นรถยนต์หรูของเขา ยังมี Lamborghini Urus SUV, Ferrari Enzo, Audi S8, Lamborghini Gallardo, Maserati GranTurismo รวมทั้ง Porsche 918 Spyder มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท

ปัจจุบันนี้ ซลาตัน ในวัย 40 ปี ยังขึ้นอยู่กับ เอซี มิลาน แห่งอิตาลี โดยปีที่ผ่านมา เขายิงไป 17 ประตู จาก 27 นัดหมาย รวมทั้งในปีนี้ ยิงไป 1 ประตู จากการลงในสนาม 1 เกม โดยรับค่าแรงจากอสุรกายแดง-ดำอยู่ที่ 7 ล้านยูโรต่อปี หรือราว 275 ล้านบาท

การปรากฏอันตราย ราหูอมจันทร์ ปะทะ สุริยคราส

วันนี้ aorest ร้านขายพวงหรีด จะพาทุกคนมาเตรียมรับมือ วันดับดวง! โดย อ.นิติกฤตย์ พึ่งจะไหว้รับดาวพฤหัสย้ายไปเมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ขอบารมีดาวพฤหัสดาวที่ความดีวิชาความรู้ช่วยน้ำพาชีวิตให้แต่ว่าความสบายการบรรลุเป้าหมาย แต่เท่านั้นอาจยังไม่เพียงพอ เนื่องจากว่าวันที่ 19 พฤศจิกายนนี้จะกำเนิด “จันทรคราส” หรือ ราหูอมจันทร์ , จันทรคราส เป็นวันดับดวง ซึ่งเช้าใจกันว่า มักจะเกิดเหตุการณ์รุนแรงหายนะ กับชีวิตและก็บ้านเรือน

ยิ่งปีนี้เป็นปีที่เกิดการเกิด จันทรุปรา ถึง 2 ครั้ง และก็สุริยเคราะห์ 2 ครั้ง ความแรงก็ยิ่งสองเท่า นับเป็นการเกิดด้านโหราศาสตร์ที่น่าจับตา

การเกิดจันทรคราส หรือ จันทรคราส เกิดขึ้นเมื่อ ดวงอาทิตย์ โลก และก็ดวงจันทร์ เรียงอยู่ในแนวเดียวกันพอดี จันทรคราส จะเกิดขึ้นเฉพาะในคืนวันขึ้น 15 ค่ำ 15 เย็น หรือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง โดยโลกจะอยู่กึ่งกลางระหว่างดวงอาทิตย์และก็ดวงจันทร์ ดาวอาทิตย์และก็ดาวจันทร์ เล็งกัน 180 องศา หรืออยู่ตรงข้ามกันพอดี ดวงจันทร์โคจรผ่านไปในเงาของโลก พวกเราก็เลยเห็นดวงจันทร์หายไปในเงามืดอีกทั้งดวงหรือเล็กน้อยก็ได้

สำหรับจันทรุปราที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2564 เป็นการกำเนิดจันทรคราสเล็กน้อย ในประเทศไทยรอบๆที่สามารถเห็น เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันออกของภาคกึ่งกลาง ภาคตะวันออก และก็ด้านตะวันออกของภาคเหนือ โดยจะเริ่มกำเนิดตั้งแต่เวลา 14:18:41 – 19:03:41 แต่ว่าจุดที่มีอำนาจที่สุด คือตอนที่เงาจันทร์เข้าไปลึกที่สุดคือ 16:02:54

ในด้านของโหราศาสตร์ จันทรคราส มีความเชื่อเหมือนกันกับการเกิดสุริยเคราะห์ โดยเชื่อว่า “ราหูอมจันทร์” ซึ่งจะนำความรันทด และก็ภัยมาสู่โลก ในตอนที่มีครั้งส(จันทรคราส) ครั้งสจะเป็นจุดควบคุมของสวรรค์ รีบการปรับเปลี่ยนให้เป็นไปตามวิถีที่กรรม ด้วยเหตุดังกล่าว พวกเรามักจะพบว่า มีเหตุรุนแรง ความวุ่นวาย หรือ จุดเปลี่ยนสำคัญอีกทั้งดีและก็ร้ายในชีวิตเกิดขึ้น ในตอนใกล้ๆอีกทั้งก่อนและก็หลัง หรือ ระหว่างการเกิดครั้งส

ผลกระทบจากครั้งส มิได้กำเนิดเท่ากันทุกคน คนไหนกันที่สั่งสมกรรมดีมาตลอด เมื่อกำเนิดครั้งสบุญกุศลผลและก็บุญก็จะเกื้อหนุนเรื่องเลวร้ายทั้งหลายแหล่จะน้อยลง ในทางตรงกันข้ามคนไหนกันที่ทำกรรมทำเวรชั่วช้า ครั้งสจะยิ่งซ้ำๆตอกย้ำซ้ำเติมดวงชะตาในแย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีดวงกำเนิดทำมุมสำคัญกับจุดที่เกิดครั้งส , คนที่มีดวงจันทร์ และก็ ดวงอาทิตย์ อยู่ในดวงชะตา ก็ยิ่งมีผลเสียสองเท่า

มิหนำซ้ำวันที่ 4 ธ.ค. 2564 นี้ ก็ยังกำเนิดการเกิด “สุริยเคราะห์” อีก ก็ยิ่งเป็นการตอกย้ำซ้ำเติมถึงมหาภัยที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและก็ดวงเมือง และก็การเกิดสุริยเคราะห์คราวนี้ เป็นการกำเนิดแบบเต็มดวง ย่อมมีผลเสียเต็มๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในระยะเวลาตั้งแต่นี้ต่อไปจนกระทั่งวันที่ 4 ธ.ค. 2564 ขอให้ทุกท่านหมั่นสร้างบุญสร้างบุญกุศล สวดมนต์ แผ่ส่วนบุญส่วนกุศลไปยังสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ดูแลรักษาปกป้องดวงชะตา และก็ปกป้องบ้านเรือน ขอให้กระทำอย่างเร่งด่วนอย่าได้ขาดเนื่องจากว่าผลกระทบในคราวนี้ จะมีผลไปถึงดวงชะตาปี 2565

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะเวลาที่การเกิดจันทรคราส และก็ สุริยเคราะห์ ขอให้ทุกท่านตั้งใจสวดมนต์เพื่อสร้างเสริมบารมี เริ่มจากบทสวดมนต์ที่ทุกท่านเคยสวดมนตร์เสมอๆ และก็จบท้ายด้วยบทสวดมนต์สอนเจ้ากรรมนายเวร ซึ่งเป็นพุทธมนต์ปาฏิหาริย์ บรรเทาทุกข์ได้ด้วยตัวท่านเอง สามารถพลิกชีวิตใครๆมามากมายก่ายกอง จะหนุนนำให้บาปกรรมที่ประจำตัวมาคลี่คลายเบาบางลง

โดยในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ อาจารย์นิติกฤตย์ คำเลื่องลือศรีวรนันท์ ผู้ที่มีความชำนาญศาสตร์พลังตัวเลข ได้จัดพิธีการ เส้นไหว้ออนไลน์ ท้าวเวสสุวรรณ ปกป้องดวงชะตา รอดพ้นภัย สามารถร่วมพิธีการถึงที่กะไว้ เพจเบอร์รับโชค(นิติกฤตย์ คำเลื่องลือศรีวรนันท์) และก็ติดตามถึงที่กะไว้ Sanook

สำหรับท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร นั้น เป็นอธิบดีที่อสูรย์ (ยักษ์) และก็เป็นเจ้าที่ผี เป็นหนึ่งในบรรดาท้าวจตุๆโลกบาลอีกทั้งสี่ ผู้คุ้มกันและก็ดูแลโลกมนุษย์ สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นจาตุๆมหาราชิกา ทรงอิทธิฤทธิ์มีอานุภาพมากมายก่ายกอง สำหรับชาวจีนท้าวเวสสุวรรณก็คือ องค์ไฉ่ซิงเอี้ย หรือเทวดาที่โชคลาภ การบูชาท้าวเวสสุวรรณ ก็เลยเป็นการปกป้องดวงชะตาและก็เพิ่มพูนเงินเงินทอง

ต้นสายปลายเหตุหรือเปล่า! สื่อน้ำหอมเผยภาพ “3 แข้งเปแอสเช” สังสรรค์ปาร์ตี้ก่อนพ่ายแรนส์

กลายเป็นผลของการแข่งขันที่จำต้องบอกว่าเหลือเชื่อทีเดียวเมื่อ กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง สมาคมยักษ์ใหญ่ที่ลีกเอิง ฝรั่งเศส พลาดท่าบุกไปแพ้ให้กับ แรนส์ 0-2 กลุ่มอันดับ 14 ของตาราง ที่สนาม รัวซง ปาร์ค เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ตุลาคม ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

โดยนับว่าเป็นความปราชัยครั้งแรกของกลุ่มดังจากเมืองหลวง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาพวกเขาเดินหน้าถล่มคู่ปรับเป็นว่าเล่นกวาดชัยมาต่อเนื่องนับจากเปิดฤดูกาล 8 เกมติดต่อกัน พูดได้ว่าโกยแต้มไปๆมาๆกถึง 24 แต้มอย่างรวดเร็ว แถมเกมนี้พวกเขายังทำสถิติยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้กระทั้งครั้งเดียว

อย่างไรก็ตามความปราชัยในเกมนี้มันดันมีหัวข้อขึ้นมาข้างหลังมีภาพของนักเตะของกลุ่ม 3 ราย นำโดย เนย์มาร์, มาร์เก๋ แวร์กลางคืน รวมทั้ง คีลิจนถึง เอ็มบัปกระเป๋า ที่ได้เดินทางไปร่วมงานงานเลี้ยงสังสรรค์วันเกิดของ ซินดี้ บรูน่า นางแบบสาวคนมีชื่อเสียงชาวฝรั่งเศส เมื่อคืนวันศุกร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

แถมสื่อหลายสำนักยังรายงานไปลักษณะเดียวกันว่า ลำแข้งทั้งสามรายได้งานเลี้ยงประเภทสุดฤทธิ์สุดเดชร่วมกันตลอดคืนที่ร้านอาหารสุดหรู Trattoria กลางเมืองกรุงปารีส ร่วมกับ ลูอิส แฮมิลตัน ยอดนักขับฟอร์มูล่า วัน แชมป์โลก 7 สมัย ที่ก็ได้รับเชิญให้มาร่วมงานเช่นกัน

นอกนั้นยังมีกล่าวว่า ลิโอเนล เมสซี่ แผงหน้ากลุ่มชาติอาร์เจนติน่า ที่เพิ่งจะย้ายมาดำเนินชีวิตที่กรุงปารีส ข้างหลังเซ็นสัญญาร่วมกลุ่ม เปแอสเช ก็ได้รับคำชวนให้ไปร่วมงานงานเลี้ยงดังกล่าวมาแล้วข้างต้นเช่นเดียวกัน แต่ว่าตัวของ ตัวรุกวัย 34 ปี ได้ปฏิเสธที่จะไปร่วมงานโดยให้เหตุผลว่าติดธุระเรื่องอื่นที่จำต้องทำก่อนแล้ว

สำหรับเรื่องนี้ทางสมาคม กรุงปารีส แซงต์-แชร์กแมง มิได้ออกมาแสดงความคิดเห็นอะไร เพราะเหตุว่านับได้ว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของตัวนักเตะเองที่จะจำต้องดูแลตัวเองนอกจากเวลาฝึกฝน รวมทั้งคือเรื่องของระเบียบส่วนตัวที่จะจำต้องให้ความใส่ใจกับสภาพร่างกายก่อนที่จะมีการชิงชัย แต่ว่าเชื่อเลยว่าแฟนบอลของกลุ่มที่รู้ข่าวจะต้องไม่ชอบใจอย่างแน่นอน

คลิปหลุดพาโชคไม่ดี! คอนค้างเคฟแบน 3 ปี “รองประธานาธิบดี” พร้อมสั่งไม่เข้ารอบทั้งสอง

จากในกรณีที่ รอนนี บรุนสไวก์ รองประธานาธิบดีของประเทศซูริที่นาเม และเป็นเจ้าของสมาพันธ์ อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ส่งตัวเองออกตัวเป็นตัวจริงในศึกคอนติดอยู่เคฟ ลีก รอบเลือกเฟ้น ในเกมที่เจอกับ ซีดี โอลิมเปีย สมาพันธ์จากประเทศฮอนดูรัส

ปัจจุบัน สหพันธรัฐฟุตบอลอเมริกาเหนือ, อเมริกากึ่งกลาง และแคริบเบียน หรือ คอนติดอยู่เคฟ สั่งลงอาญา บรุนสไวก์ ห้ามข้องแวะกับแวดวงฟุตบอลเป็นเวลา 3 ปี โดยมีคลิปหลุดสุดอื้อฉาวที่เจ้าตัวนำเงินไปมอบให้กับนักเตะและสตาฟฟ์โค้ชกลุ่มคู่ปรปักษ์ถึงในห้องแต่งตัวกลุ่มเยี่ยมคือหลักฐานที่ทางสหพันธรัฐฯ รับไม่ได้ นอกเหนือจากนี้ ทั้งคู่กลุ่มยังโดนปรับตกรอบไปทั้งคู่อีกด้วย

สำหรับความเป็นมาของรองประธานาธิบดีคนนี้นับว่าน่าดึงดูดไม่น้อย เนื่องจากที่ผ่านมา ชีวิตของเขามีหลายหน้าที่ ตั้งแต่การเป็นนักการเมือง, พลร่ม, โจรปล้นธนาคาร, หัวหน้ากองโจร และมีรายงานจากนิวยอร์ก ไทมส์ ว่า เขามีลูกถึง 50 คนด้วยกัน ซึ่งในอดีตกาลเขาเคยถูกวินิจฉัยว่ามีความผิดฐานลักลอบค้าสิ่งเสพติดในยุโรป แต่ว่าก็เป็นผู้สนับสนุนระบบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้นในประเทศซูริที่นาเม

ส่วนความเป็นมาในแวดวงฟุตบอล เขาเป็นผู้มีส่วนสำคัญสำหรับเพื่อการสร้างสนามของกลุ่ม อินเตอร์ โมเอนโกตาโพ ที่เขาเป็นเจ้าของในปี 2002 แล้วในปี 2005 เขาเคยถูกลงโทษแบนในข้อหาใช้ปืนขู่นักเตะคนหนึ่งระหว่างแข่งขัน แต่ว่าสุดท้ายไม่มีหลักฐานเอาผิด แล้วในปี 2012 เคยถูกแบนจากการแข่งขัน เนื่องจากใช้คำกล่าวไม่เหมาะสมกับผู้ตัดสิน

ผีม้าบ้อง จากประสบการณ์ของแม่และก็เพื่อนฝูง โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์

aorest ร้าน พวงหรีด จะมาเล่าของชาวเหนือ ตำนาน “ผีม้าบ้อง” มีด้วยกันหลายสำนวน เรื่องที่สุดฮิตก็คือ มีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทสนมพร้อมใจ จนถึงเชื่อถือกันเป็น “เกลอ” ซึ่งโดยทั่วไป คำว่า “เกลอ” นี้ มีความหมายสองอย่าง

1) เรียกเพราะว่าเกิดปีนักษัตรเดียวกัน ดังเช่นว่า ปีไก่ ปีสุนัข หรือถ้าตรงวันตรงเดือน จะยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะว่าถือว่าเกิดขึ้นมาร่วมบุญร่วมโลกชาติ

2) สนิทสนมรักกันจนถึงเหมือนพี่น้อง แม้เกิดห่างวันเดือนปี ก็นับเป็นเกลอกันได้

ในยุคสมัยก่อนนู่น เมื่อบ้านช่องชาวเหนือส่วนมากยังตั้งอยู่ในห้อมล้อมป่าดง ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทางเหนือนั้นมีจารีต “แอ่วสาว-อู้สาว” ซึ่งเป็นการสานชมรมไมตรีระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสามัญในจารีต

เมื่อบ้านใดมีลูกสาว โตมาเป็นสาวรุ่นกระเตาะ ก็จะมีชายหนุ่มๆมาแอ่ว (เที่ยว) หา

สำหรับเพื่อการแอ่วนั้น มีข้อตกลงที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ชายหนุ่มแต่ละคนจะขึ้นแอ่วบ้านใดก็ได้ บางคืนบางทีก็อาจจะไปสองสามบ้าน ถ้าถูกใจก็ไปติดๆกันถัดจากนั้น หรือถ้าไม่ชอบใจ ก็ไม่ขึ้นแอ่วเรือนนั้นอีก

ส่วนฝ่ายหญิง ตกยามค่ำแลง ก็จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว ออกมานั่งคอยที่ห้องโถง (ทางเหนือเรียก “เติ๋น”) ข้างบิดามารดาที่รู้ประเพณีก็จะรีบเข้าห้องนอนเสีย ลงเรือนไปบ้านญาติก่อน ให้โอกาสให้หนุ่มสาวได้เสวนากันเป็นการส่วนตัว

บิดามารดาผู้ใดกันแน่ที่จามๆไอๆอยู่ภายในห้องนอน ไหมยอมลุกออกมาจากห้องนอก ก็จะถูกครานินทาว่า เป็นบิดามารดาขี้หวงขี้ขาง ใจคอคับแคบ ส่งผลต่อการไตร่ตรองว่าจะเข้าไปเขยกันไหม

แต่ว่าสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับเพื่อการแอ่วอู้ของคู่บ่าวสาว เป็นการมีระยะห่างที่สมควร การให้เกียรติ ไม่ฉวยโอกาส ห้ามปากว่ามือถึง จำเป็นต้องไม่มีการล่วงเกิน ล่วงละเมิดทางเพศ

ตามประเพณีเดิมนั้น เมื่อชายหนุ่มขึ้นบ้านสาว ก็จึงควรนั่งห่างๆก่อน บ้างจึงจะนั่งใกล้หัวบันไดบ้าง นั่งขอบเติ๋นบ้าง ดูทีท่าว่า เจ้าของบ้านเองเต็มใจต้อนรับตนไหม

ถ้าสาวใดพอใจคนมาเยี่ยม ก็จะต้อนรับขับสู้ ชักชวนดื่มน้ำรับประทานยาสูบ แต่ว่าถ้าไม่พึงพอใจ ก็มักถามคำตอบคำ และอ้างถึงว่าจำเป็นต้องเข้านอนแล้ว เพียงพอชายหนุ่มลงเรือนก็ปิดไฟเฉียบพลัน เป็นสัญญาณที่บอกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว

ในแต่ละคืน สาวบางบ้านจึงได้ต้อนรับชายหนุ่มๆมากหน้าหลายตา ส่วนชายหนุ่มบางคน ได้ยินว่าบ้านหลังไหนมีคนงามก็ไปตามแสวงหา บางคืนก็ไปหลายบ้าน บางครั้งไปถึงต่างหมู่บ้านก็มี เรียกว่า ออนทัวร์กันเป็นที่ครึกครื้น

จะว่าไป ก็เป็นการเลือกคู่ที่เท่าเทียมกันดีทั้งสองฝ่าย เพราะว่าเมื่อยังอยู่ระหว่างแอ่วอู้หากัน ไม่ได้ตกลงใจเป็นแฟนกัน ก็จะหึงหวงกันไม่ได้

แต่ว่าเมื่อไรที่ตกลงแล้วว่าจะเป็นแฟนกันแล้ว ผู้ชายก็จำเป็นต้องหยุดการไปแอ่วหาสาวอื่น ส่วนสตรีก็จะไม่รับชายอื่นขึ้นเรือนแล้วด้วยเหมือนกัน ถัดจากนั้น การหมั้นหมายจัดแจงแต่งงานก็จะตามมา

กลับมาที่เรื่องผีม้าบ้องในตำนาน ที่อธิบายเรื่องการแอ่วอู้ของคู่บ่าวสาว เพราะว่าในยุคสมัยนี้ จารีตกลุ่มนี้เกือบจะหายสาบสูญไปหมดแล้ว ชีวิตในขณะนี้ไม่ใช่ง่ายที่คนที่ไม่รู้จักจะเข้าบ้านคนไหนกัน และการรอต้อนรับผู้ชายเพียงลำพังในบ้าน ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

แต่ว่าในยุคสมัยนู่น ลองย้อนกลับไปถึงภาพกลางคืนมืดดำ มีชายหนุ่มๆที่อกใจไหวเต้น เพราะว่ามีสาวสวยคนนั้นคนนี้อยู่ในจินตนาการ การได้ออกมาจากบ้านไปแอ่วสาวย่อมเป็นความสบายหาใดเหมือน

และในรูปภาพจำพวกนั้น เรื่องเล่าผีม้าบ้องก็เริ่มจากที่ตรงนี้

กล่าวขานสืบต่อกันมาว่า เคยมีชายหนุ่ม 2 คน สมมุติว่าชื่ออ้ายแก้ว กับอ้ายคำ เป็นเพื่อนกัน เวลาไปแอ่วสาวไหนก็ไปด้วยกัน จนกระทั่งมีตอนหนึ่ง เพียงพอออกมาจากหมู่บ้านไปได้สักระยะ จะถึงทางแยกเข้าป่าละเมาะรกร้าง ถึงที่ตรงนั้นเมื่อไร อ้ายคำก็จะบอกว่า ให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไป

ต่อจากนั้น ก็มีเรื่องราวแบบเดิมเกิดบ่อยๆเป็นเพียงพอมาถึงที่ดังที่กล่าวถึงแล้ว อ้ายคำก็จะขอแยกไปทำธุระก่อน จนถึงอ้ายแก้วคิดสงสัย เพราะว่าเมื่อเลียบๆเคียงๆทางบ้านสตรีว่าเพื่อนพ้องตนไปแอ่วหาสตรีทางใด ก็ไม่มีใครพบปะสักรายในละแวกนั้น

จนถึงวันหนึ่ง เพราะว่าสงสัยจนถึงทนไม่ไหว อ้ายแก้วจึงลอบสะกดรอยตามอ้ายคำ แล้วก็พบว่า…

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดของยามราตรีกาล มีกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางโชยมา และเพียงพอปรับสายตาเคยชินกับความมืดทีละเล็กละน้อยก็ได้เห็น…

อ้ายคำกำลังแลบลิ้นเลียดื่มน้ำเลือดน้ำหนองจากซากหัวกะโหลกหัวควายอยู่

เมื่อเห็นเพราะฉะนั้น อ้ายแก้วก็ตระหนกตกใจมาก วันถัดมาจึงไปหารือกับครูว่า อ้ายคำถูกผีพรายสิงหรือไร

ปู่จารย์กลับแนะนำว่า ถ้าต้องการจะว่าอะไรเป็นอะไร ให้เอาพริกไปทากะโหลกหัวควายไว้ แล้วให้เอาไข่ไก่เสกติดตัวไป หากถูกคนไหนกันไล่ ให้โยนไข่ให้เขาครั้งละฟอง แล้วรีบเข้าเรือน เมื่อถึงเรือน ให้ชูกะไดบ้านแปลงสลับหัวข้างล่างเสีย

หมายเหตุอีกนิดว่า ในบ้านเรือนชาวเหนืออดีต มักยกพื้นสูงไม่มาก เพื่อปกป้องเสือสางเข้าบ้าน ตกค่ำคืนก็จะนิยมชักกะไดเก็บกัน

และแล้ว เรื่องราวลำดับถัดมาก็คือ เมื่ออ้ายคำเข้าไปรับประทานซากหัวควาย ก็พบความเผ็ดร้ายแรงอย่างคิดไม่ถึง เพียงพอเผ่นพุ่งออกมาก็พบกับอ้ายแก้วที่ยืนตะลึงงันอยู่ ข้างอ้ายแก้วไม่คอยช้า รีบออกวิ่งในทันที

อ้ายแก้ววิ่งจนถึงสุดฝีเท้า แต่ว่าราวอ้ายคำเป็นคนๆหนึ่งไปแล้ว ตาแดงเป็นแสงไฟ วิ่งตามตามมาติดๆนึกได้ถึงคำคุณครูว่า อ้ายแก้วจึงรีบคว้าไข่ไก่ในถุงย่ามตะพายโยนใส่

ปรากฏว่า เพียงพอไข่ตกถึงพื้น อ้ายคำก็ถลาลงไปกอบไข่ดิบรับประทานอย่างตะกละตะกลาม รับประทานหมดก็ผุดลุกขึ้นยืนและโจนเข้าไล่ต่อ อ้ายแก้วเห็นเพราะฉะนั้นจึงโยนไข่ให้เป็นพักๆทำให้เสียเวลาจนกระทั่งเข้าถึงบ้านตนเอง

เมื่อกระโดดขึ้นบนบ้านแล้ว อ้ายแก้วไม่คอยช้า รีบชักบันไดขึ้นกลับด้านเสีย แล้วขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในเรือน มองผ่านความมืดลงมา เห็นอ้ายคำร้อนรนโกรธจัด เดินวนรอบเรือน พลางพูดย้ำๆว่า

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

ทว่า ใบหน้าและหัวเป็นของอ้ายคำ แต่ว่าลำตัวเป็นม้า

ตกรุ่งแจ้ง ที่ลานดินรอบบ้าน ก็ปรากฏเป็นราวกับรอยเท้าม้าย่ำห้อมล้อม และเพียงพอสะสมสติได้ อ้ายแก้วก็รีบไปบอกญาติ พากันไปยังบ้านอ้ายคำ

ถึงที่ตรงนี้ บางสำนวนก็เล่าว่า ได้เจออ้ายคำตายแปลงเป็นศพอยู่บนที่พักผ่อน น้ำลายฟูมปากจากการกินไข่มนต์เข้าไป แต่ว่าบางสำนวนก็ว่า เห็นเป็นม้าตัวย่อมๆตายอยู่ในเรือนนั้น

สำหรับที่บ้านพวกเรานั้น เรื่องของผีม้าบ้องก็เป็นเยี่ยมในนิทานที่เล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เวลาตกกึ่งกลางค่ำช่วงเวลากลางคืน ยุคที่บันไดยึดติดถาวรแล้ว ก็ยังมีคำกล่าวสอนว่า ระวังจะลงไปพบผีม้าบ้องซุ่มอยู่

และว่ากันว่า ผีม้าบ้องยังชอบออกมาเที่ยวเล่นในคืนเดือนดับและเดือนออก (เดือนเพ็ญ) และถ้าได้พบเจออย่าได้ทักถามพูดจา มิเช่นนั้นจะถูกทำร้ายได้

สิ่งที่น่าดึงดูดก็คือ ตอนยังเด็กๆนั้น คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ก็เล่าตำนานเรื่องผีม้าบ้องนี้ให้ฟังอยู่ พลางว่าเป็นเรื่องที่เขาเล่าต่อกันมา แต่ แม่กับยายมีประสบการณ์ได้พบผีม้าบ้องด้วยตนเอง !

แม่เล่าว่า ในช่วงเวลาที่แม่เป็นสาว ยุคนั้นหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แถบแถวหมู่บ้านพวกเรานั้นผู้คนยังนิยมปลูกต้นฝ้ายปั่นเอาด้าย และใช้นุ่นมายัดหมอน ยัดเบาะนอน ในบางคืนจึงจะไปช่วยเหลือกันเป็นกลุ่มๆตามบ้านเพื่อนพ้อง

มีคืนหนึ่ง แม่นัดเพื่อนพ้องว่าจะไปช่วยเหลือกันกรอด้าย (ตอนนี้ ที่ตั้งของบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่) แม่เล่าว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ ฟ้าแจ้งกระจ่างแจ้ง แสงจันทร์งามตา แม่ออกมาจากบ้านที่อยู่กับยาย เดินขึ้นไปตามถนนเพียงลำพัง เพราะว่าแม่ไม่ใช่คนกลัวผีสางอะไร

แต่ว่าในขณะที่เดินไปได้สักครึ่งทางใกล้ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนพ้อง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า เหมือนมีม้ากำลังควบมาทางข้างหลัง แต่ว่าเพียงพอเหลียวหลัง ก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

แม่มีความคิดว่าตัวเองบางทีก็อาจจะหูฝาด จึงออกเดินต่อ รวมทั้งได้ยินเสียงเหมือนม้าควบมาจากด้านหน้าอีก แต่ว่าเพ่งมองไป ก็ไม่มีอะไรบนถนน

จนถึงสักพักหนึ่งก็ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนพ้อง แต่ว่าฉับพลัน ขณะกำลังจะเดินเข้าประตูรั้วบ้าน ก็ได้ยินเสียงควบม้าอีก แล้วมีแรงลมปะทะตัวแม่ เหมือนมีบางสิ่งผ่านตัวไป

แม่ว่า โน่นเป็นตอนที่แม่คิดได้อย่างเดียวว่า โน่นน่าจะเป็นผีม้าบ้อง เพราะว่าลำพังได้ยินแต่ว่าเสียงก็ยังว่าตัวเองบางทีก็อาจจะหูฝาดได้ แต่ว่าแรงลมอุ่นๆและการพบสัมผัสในระยะชิด ที่ผ่านแผ่นหลังแม่ไป แม่ว่า ด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วน สิ่งนั้นไม่มีตัวตน แต่ว่ามีอยู่จริง

แม่ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนพ้องๆฟังในคืนนั้น และถัดจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ยายฟังที่บ้าน ยายบอกแม่ว่า อย่าฉงนใจไปเลย โน่นเป็นผีม้าบ้อง และยายก็พบเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว

แม่ถามคำถามว่า ยายเห็นผีม้าบ้องแบบไหน ยายบอกว่า มันเป็นม้าตัวย่อมๆบางครั้งก็จะมาเดินอยู่กึ่งกลางข่วงบ้าน

อย่างไรก็ดี ประสบการณ์เรื่องเล่าจากแม่และยาย ก็ยังดูเป็นเรื่องดึกดำบรรพ์ เพราะว่าผ่านมาหลายสิบปี นานอย่างมาก แต่ว่าที่น่าดึงดูดก็คือ เมื่อตอนอายุสัก 20 กว่านี้เอง ฉันกับเพื่อนซี้คนหนึ่ง ชื่อเล็ก เคยเปิดร้านขายสินค้ากิฟท์ช็อปด้วยกัน ที่ อ.ฝาง จ.จังหวัดเชียงใหม่

ในคืนแรกก่อนจะเปิดร้าน หรือคืนท้ายที่สุดของการเตรียมการข้าวของในร้านค้า พวกเราดำเนินการกันอยู่สองคนยากจนมืดค่ำ

ร้านค้าที่พวกเราไปเปิดกิจการในช่วงเวลานั้น สถานที่เป็นห้องไม้ชั้นเดียวให้เช่า ข้างหน้าเป็นประตูบานเฟี้ยม อยู่ใกล้กับถนน ถ้าเปิดประตูกว้าง ก็จะดูทะลุตลอดร้านค้าได้

ในขณะที่กำลังจัดของกันโค้งสุดท้าย เป็นเวลาสักโดยประมาณใกล้ๆเที่ยงคืนได้ ในปีนั้นแถบแถวนั้นก็ถือว่ายังเป็นบ้านนอกอยู่มาก เพียงแต่ 3-4 ทุ่ม ผู้คนก็ปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว

แล้ว…เล็กก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งควบอยู่ภายนอก เหมือนมีม้าหลุดออกมากึ่งกลางถนน แต่ว่าความที่มันดึกมากๆแล้ว และเพียงพอชะโงกหน้าดูไป ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ตลอดสองฟากทางว่างเปล่า

และที่น่าแปลกใจเป็น ฉันเองก็จัดของอยู่ด้วยกัน กลับไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง

หัวข้อนี้ เล็กก็ยังคิดออกจนถึงทุกวันนี้ และยืนยันว่า ได้ยินเสียงม้ากระจ่างเต็มสองหู ซึ่งในตอนนั้นเมื่อเล็กบอกให้ฟัง ฉันก็รำลึกในทันทีว่า มันบางทีก็อาจจะเป็น “ผีม้าบ้อง”

อ๋อ! เพียงพอมาเขียนเล่าย้อนไปถึงแม่กับยาย ก็ทำให้รำลึกได้อีกอย่างว่า การที่พี่สาวเคยได้เห็นม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเดินอยู่บนบ้านในคืนที่ยายตาย (เล่าเอาไว้ในตอนก่อนหน้า) จะเกี่ยวอะไรกันไหมนะ หรือ ผีม้าบ้องจะมาส่องดูศพยาย