ผีม้าบ้อง จากประสบการณ์ของแม่และก็เพื่อนฝูง โดย การะเกต์ ศรีปริญญาศิลป์

aorest ร้าน พวงหรีด จะมาเล่าของชาวเหนือ ตำนาน “ผีม้าบ้อง” มีด้วยกันหลายสำนวน เรื่องที่สุดฮิตก็คือ มีชาย 2 คนเป็นเพื่อนรักกัน สนิทสนมพร้อมใจ จนถึงเชื่อถือกันเป็น “เกลอ” ซึ่งโดยทั่วไป คำว่า “เกลอ” นี้ มีความหมายสองอย่าง

1) เรียกเพราะว่าเกิดปีนักษัตรเดียวกัน ดังเช่นว่า ปีไก่ ปีสุนัข หรือถ้าตรงวันตรงเดือน จะยิ่งมั่นคงยิ่งขึ้น เพราะว่าถือว่าเกิดขึ้นมาร่วมบุญร่วมโลกชาติ

2) สนิทสนมรักกันจนถึงเหมือนพี่น้อง แม้เกิดห่างวันเดือนปี ก็นับเป็นเกลอกันได้

ในยุคสมัยก่อนนู่น เมื่อบ้านช่องชาวเหนือส่วนมากยังตั้งอยู่ในห้อมล้อมป่าดง ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ทางเหนือนั้นมีจารีต “แอ่วสาว-อู้สาว” ซึ่งเป็นการสานชมรมไมตรีระหว่างชายหญิง เป็นเรื่องสามัญในจารีต

เมื่อบ้านใดมีลูกสาว โตมาเป็นสาวรุ่นกระเตาะ ก็จะมีชายหนุ่มๆมาแอ่ว (เที่ยว) หา

สำหรับเพื่อการแอ่วนั้น มีข้อตกลงที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ชายหนุ่มแต่ละคนจะขึ้นแอ่วบ้านใดก็ได้ บางคืนบางทีก็อาจจะไปสองสามบ้าน ถ้าถูกใจก็ไปติดๆกันถัดจากนั้น หรือถ้าไม่ชอบใจ ก็ไม่ขึ้นแอ่วเรือนนั้นอีก

ส่วนฝ่ายหญิง ตกยามค่ำแลง ก็จะอาบน้ำทาแป้งแต่งตัว ออกมานั่งคอยที่ห้องโถง (ทางเหนือเรียก “เติ๋น”) ข้างบิดามารดาที่รู้ประเพณีก็จะรีบเข้าห้องนอนเสีย ลงเรือนไปบ้านญาติก่อน ให้โอกาสให้หนุ่มสาวได้เสวนากันเป็นการส่วนตัว

บิดามารดาผู้ใดกันแน่ที่จามๆไอๆอยู่ภายในห้องนอน ไหมยอมลุกออกมาจากห้องนอก ก็จะถูกครานินทาว่า เป็นบิดามารดาขี้หวงขี้ขาง ใจคอคับแคบ ส่งผลต่อการไตร่ตรองว่าจะเข้าไปเขยกันไหม

แต่ว่าสิ่งจำเป็นอย่างหนึ่งสำหรับเพื่อการแอ่วอู้ของคู่บ่าวสาว เป็นการมีระยะห่างที่สมควร การให้เกียรติ ไม่ฉวยโอกาส ห้ามปากว่ามือถึง จำเป็นต้องไม่มีการล่วงเกิน ล่วงละเมิดทางเพศ

ตามประเพณีเดิมนั้น เมื่อชายหนุ่มขึ้นบ้านสาว ก็จึงควรนั่งห่างๆก่อน บ้างจึงจะนั่งใกล้หัวบันไดบ้าง นั่งขอบเติ๋นบ้าง ดูทีท่าว่า เจ้าของบ้านเองเต็มใจต้อนรับตนไหม

ถ้าสาวใดพอใจคนมาเยี่ยม ก็จะต้อนรับขับสู้ ชักชวนดื่มน้ำรับประทานยาสูบ แต่ว่าถ้าไม่พึงพอใจ ก็มักถามคำตอบคำ และอ้างถึงว่าจำเป็นต้องเข้านอนแล้ว เพียงพอชายหนุ่มลงเรือนก็ปิดไฟเฉียบพลัน เป็นสัญญาณที่บอกว่า ไม่ต้องมาอีกแล้ว

ในแต่ละคืน สาวบางบ้านจึงได้ต้อนรับชายหนุ่มๆมากหน้าหลายตา ส่วนชายหนุ่มบางคน ได้ยินว่าบ้านหลังไหนมีคนงามก็ไปตามแสวงหา บางคืนก็ไปหลายบ้าน บางครั้งไปถึงต่างหมู่บ้านก็มี เรียกว่า ออนทัวร์กันเป็นที่ครึกครื้น

จะว่าไป ก็เป็นการเลือกคู่ที่เท่าเทียมกันดีทั้งสองฝ่าย เพราะว่าเมื่อยังอยู่ระหว่างแอ่วอู้หากัน ไม่ได้ตกลงใจเป็นแฟนกัน ก็จะหึงหวงกันไม่ได้

แต่ว่าเมื่อไรที่ตกลงแล้วว่าจะเป็นแฟนกันแล้ว ผู้ชายก็จำเป็นต้องหยุดการไปแอ่วหาสาวอื่น ส่วนสตรีก็จะไม่รับชายอื่นขึ้นเรือนแล้วด้วยเหมือนกัน ถัดจากนั้น การหมั้นหมายจัดแจงแต่งงานก็จะตามมา

กลับมาที่เรื่องผีม้าบ้องในตำนาน ที่อธิบายเรื่องการแอ่วอู้ของคู่บ่าวสาว เพราะว่าในยุคสมัยนี้ จารีตกลุ่มนี้เกือบจะหายสาบสูญไปหมดแล้ว ชีวิตในขณะนี้ไม่ใช่ง่ายที่คนที่ไม่รู้จักจะเข้าบ้านคนไหนกัน และการรอต้อนรับผู้ชายเพียงลำพังในบ้าน ก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดอาชญากรรม

แต่ว่าในยุคสมัยนู่น ลองย้อนกลับไปถึงภาพกลางคืนมืดดำ มีชายหนุ่มๆที่อกใจไหวเต้น เพราะว่ามีสาวสวยคนนั้นคนนี้อยู่ในจินตนาการ การได้ออกมาจากบ้านไปแอ่วสาวย่อมเป็นความสบายหาใดเหมือน

และในรูปภาพจำพวกนั้น เรื่องเล่าผีม้าบ้องก็เริ่มจากที่ตรงนี้

กล่าวขานสืบต่อกันมาว่า เคยมีชายหนุ่ม 2 คน สมมุติว่าชื่ออ้ายแก้ว กับอ้ายคำ เป็นเพื่อนกัน เวลาไปแอ่วสาวไหนก็ไปด้วยกัน จนกระทั่งมีตอนหนึ่ง เพียงพอออกมาจากหมู่บ้านไปได้สักระยะ จะถึงทางแยกเข้าป่าละเมาะรกร้าง ถึงที่ตรงนั้นเมื่อไร อ้ายคำก็จะบอกว่า ให้อ้ายแก้วล่วงหน้าไปก่อน แล้วจะตามไป

ต่อจากนั้น ก็มีเรื่องราวแบบเดิมเกิดบ่อยๆเป็นเพียงพอมาถึงที่ดังที่กล่าวถึงแล้ว อ้ายคำก็จะขอแยกไปทำธุระก่อน จนถึงอ้ายแก้วคิดสงสัย เพราะว่าเมื่อเลียบๆเคียงๆทางบ้านสตรีว่าเพื่อนพ้องตนไปแอ่วหาสตรีทางใด ก็ไม่มีใครพบปะสักรายในละแวกนั้น

จนถึงวันหนึ่ง เพราะว่าสงสัยจนถึงทนไม่ไหว อ้ายแก้วจึงลอบสะกดรอยตามอ้ายคำ แล้วก็พบว่า…

เมื่อเดินลึกเข้าไปในป่าละเมาะ ท่ามกลางความมืดของยามราตรีกาล มีกลิ่นเหม็นเน่าสาบสางโชยมา และเพียงพอปรับสายตาเคยชินกับความมืดทีละเล็กละน้อยก็ได้เห็น…

อ้ายคำกำลังแลบลิ้นเลียดื่มน้ำเลือดน้ำหนองจากซากหัวกะโหลกหัวควายอยู่

เมื่อเห็นเพราะฉะนั้น อ้ายแก้วก็ตระหนกตกใจมาก วันถัดมาจึงไปหารือกับครูว่า อ้ายคำถูกผีพรายสิงหรือไร

ปู่จารย์กลับแนะนำว่า ถ้าต้องการจะว่าอะไรเป็นอะไร ให้เอาพริกไปทากะโหลกหัวควายไว้ แล้วให้เอาไข่ไก่เสกติดตัวไป หากถูกคนไหนกันไล่ ให้โยนไข่ให้เขาครั้งละฟอง แล้วรีบเข้าเรือน เมื่อถึงเรือน ให้ชูกะไดบ้านแปลงสลับหัวข้างล่างเสีย

หมายเหตุอีกนิดว่า ในบ้านเรือนชาวเหนืออดีต มักยกพื้นสูงไม่มาก เพื่อปกป้องเสือสางเข้าบ้าน ตกค่ำคืนก็จะนิยมชักกะไดเก็บกัน

และแล้ว เรื่องราวลำดับถัดมาก็คือ เมื่ออ้ายคำเข้าไปรับประทานซากหัวควาย ก็พบความเผ็ดร้ายแรงอย่างคิดไม่ถึง เพียงพอเผ่นพุ่งออกมาก็พบกับอ้ายแก้วที่ยืนตะลึงงันอยู่ ข้างอ้ายแก้วไม่คอยช้า รีบออกวิ่งในทันที

อ้ายแก้ววิ่งจนถึงสุดฝีเท้า แต่ว่าราวอ้ายคำเป็นคนๆหนึ่งไปแล้ว ตาแดงเป็นแสงไฟ วิ่งตามตามมาติดๆนึกได้ถึงคำคุณครูว่า อ้ายแก้วจึงรีบคว้าไข่ไก่ในถุงย่ามตะพายโยนใส่

ปรากฏว่า เพียงพอไข่ตกถึงพื้น อ้ายคำก็ถลาลงไปกอบไข่ดิบรับประทานอย่างตะกละตะกลาม รับประทานหมดก็ผุดลุกขึ้นยืนและโจนเข้าไล่ต่อ อ้ายแก้วเห็นเพราะฉะนั้นจึงโยนไข่ให้เป็นพักๆทำให้เสียเวลาจนกระทั่งเข้าถึงบ้านตนเอง

เมื่อกระโดดขึ้นบนบ้านแล้ว อ้ายแก้วไม่คอยช้า รีบชักบันไดขึ้นกลับด้านเสีย แล้วขึ้นไปซ่อนตัวอยู่ในเรือน มองผ่านความมืดลงมา เห็นอ้ายคำร้อนรนโกรธจัด เดินวนรอบเรือน พลางพูดย้ำๆว่า

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

“บ้านใช่ บันไดไม่ใช่”

ทว่า ใบหน้าและหัวเป็นของอ้ายคำ แต่ว่าลำตัวเป็นม้า

ตกรุ่งแจ้ง ที่ลานดินรอบบ้าน ก็ปรากฏเป็นราวกับรอยเท้าม้าย่ำห้อมล้อม และเพียงพอสะสมสติได้ อ้ายแก้วก็รีบไปบอกญาติ พากันไปยังบ้านอ้ายคำ

ถึงที่ตรงนี้ บางสำนวนก็เล่าว่า ได้เจออ้ายคำตายแปลงเป็นศพอยู่บนที่พักผ่อน น้ำลายฟูมปากจากการกินไข่มนต์เข้าไป แต่ว่าบางสำนวนก็ว่า เห็นเป็นม้าตัวย่อมๆตายอยู่ในเรือนนั้น

สำหรับที่บ้านพวกเรานั้น เรื่องของผีม้าบ้องก็เป็นเยี่ยมในนิทานที่เล่าต่อจากรุ่นสู่รุ่น เวลาตกกึ่งกลางค่ำช่วงเวลากลางคืน ยุคที่บันไดยึดติดถาวรแล้ว ก็ยังมีคำกล่าวสอนว่า ระวังจะลงไปพบผีม้าบ้องซุ่มอยู่

และว่ากันว่า ผีม้าบ้องยังชอบออกมาเที่ยวเล่นในคืนเดือนดับและเดือนออก (เดือนเพ็ญ) และถ้าได้พบเจออย่าได้ทักถามพูดจา มิเช่นนั้นจะถูกทำร้ายได้

สิ่งที่น่าดึงดูดก็คือ ตอนยังเด็กๆนั้น คุณพ่อและก็รวมทั้งคุณแม่ก็เล่าตำนานเรื่องผีม้าบ้องนี้ให้ฟังอยู่ พลางว่าเป็นเรื่องที่เขาเล่าต่อกันมา แต่ แม่กับยายมีประสบการณ์ได้พบผีม้าบ้องด้วยตนเอง !

แม่เล่าว่า ในช่วงเวลาที่แม่เป็นสาว ยุคนั้นหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ แถบแถวหมู่บ้านพวกเรานั้นผู้คนยังนิยมปลูกต้นฝ้ายปั่นเอาด้าย และใช้นุ่นมายัดหมอน ยัดเบาะนอน ในบางคืนจึงจะไปช่วยเหลือกันเป็นกลุ่มๆตามบ้านเพื่อนพ้อง

มีคืนหนึ่ง แม่นัดเพื่อนพ้องว่าจะไปช่วยเหลือกันกรอด้าย (ตอนนี้ ที่ตั้งของบ้านหลังนั้นก็ยังอยู่) แม่เล่าว่า เป็นคืนเดือนเพ็ญ ฟ้าแจ้งกระจ่างแจ้ง แสงจันทร์งามตา แม่ออกมาจากบ้านที่อยู่กับยาย เดินขึ้นไปตามถนนเพียงลำพัง เพราะว่าแม่ไม่ใช่คนกลัวผีสางอะไร

แต่ว่าในขณะที่เดินไปได้สักครึ่งทางใกล้ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนพ้อง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าม้า เหมือนมีม้ากำลังควบมาทางข้างหลัง แต่ว่าเพียงพอเหลียวหลัง ก็มองไม่เห็นอะไรสักอย่าง

แม่มีความคิดว่าตัวเองบางทีก็อาจจะหูฝาด จึงออกเดินต่อ รวมทั้งได้ยินเสียงเหมือนม้าควบมาจากด้านหน้าอีก แต่ว่าเพ่งมองไป ก็ไม่มีอะไรบนถนน

จนถึงสักพักหนึ่งก็ถึงที่หน้าบ้านเพื่อนพ้อง แต่ว่าฉับพลัน ขณะกำลังจะเดินเข้าประตูรั้วบ้าน ก็ได้ยินเสียงควบม้าอีก แล้วมีแรงลมปะทะตัวแม่ เหมือนมีบางสิ่งผ่านตัวไป

แม่ว่า โน่นเป็นตอนที่แม่คิดได้อย่างเดียวว่า โน่นน่าจะเป็นผีม้าบ้อง เพราะว่าลำพังได้ยินแต่ว่าเสียงก็ยังว่าตัวเองบางทีก็อาจจะหูฝาดได้ แต่ว่าแรงลมอุ่นๆและการพบสัมผัสในระยะชิด ที่ผ่านแผ่นหลังแม่ไป แม่ว่า ด้วยสติสัมปชัญญะครบถ้วน สิ่งนั้นไม่มีตัวตน แต่ว่ามีอยู่จริง

แม่ได้เล่าเรื่องให้เพื่อนพ้องๆฟังในคืนนั้น และถัดจากนั้นก็กลับมาเล่าให้ยายฟังที่บ้าน ยายบอกแม่ว่า อย่าฉงนใจไปเลย โน่นเป็นผีม้าบ้อง และยายก็พบเห็นตัวเป็นๆมาแล้ว

แม่ถามคำถามว่า ยายเห็นผีม้าบ้องแบบไหน ยายบอกว่า มันเป็นม้าตัวย่อมๆบางครั้งก็จะมาเดินอยู่กึ่งกลางข่วงบ้าน

อย่างไรก็ดี ประสบการณ์เรื่องเล่าจากแม่และยาย ก็ยังดูเป็นเรื่องดึกดำบรรพ์ เพราะว่าผ่านมาหลายสิบปี นานอย่างมาก แต่ว่าที่น่าดึงดูดก็คือ เมื่อตอนอายุสัก 20 กว่านี้เอง ฉันกับเพื่อนซี้คนหนึ่ง ชื่อเล็ก เคยเปิดร้านขายสินค้ากิฟท์ช็อปด้วยกัน ที่ อ.ฝาง จ.จังหวัดเชียงใหม่

ในคืนแรกก่อนจะเปิดร้าน หรือคืนท้ายที่สุดของการเตรียมการข้าวของในร้านค้า พวกเราดำเนินการกันอยู่สองคนยากจนมืดค่ำ

ร้านค้าที่พวกเราไปเปิดกิจการในช่วงเวลานั้น สถานที่เป็นห้องไม้ชั้นเดียวให้เช่า ข้างหน้าเป็นประตูบานเฟี้ยม อยู่ใกล้กับถนน ถ้าเปิดประตูกว้าง ก็จะดูทะลุตลอดร้านค้าได้

ในขณะที่กำลังจัดของกันโค้งสุดท้าย เป็นเวลาสักโดยประมาณใกล้ๆเที่ยงคืนได้ ในปีนั้นแถบแถวนั้นก็ถือว่ายังเป็นบ้านนอกอยู่มาก เพียงแต่ 3-4 ทุ่ม ผู้คนก็ปิดบ้านนอนกันหมดแล้ว

แล้ว…เล็กก็ได้ยินเสียงม้าวิ่งควบอยู่ภายนอก เหมือนมีม้าหลุดออกมากึ่งกลางถนน แต่ว่าความที่มันดึกมากๆแล้ว และเพียงพอชะโงกหน้าดูไป ก็ไม่มีสิ่งใดเลย ตลอดสองฟากทางว่างเปล่า

และที่น่าแปลกใจเป็น ฉันเองก็จัดของอยู่ด้วยกัน กลับไม่ได้ยินอะไรสักอย่าง

หัวข้อนี้ เล็กก็ยังคิดออกจนถึงทุกวันนี้ และยืนยันว่า ได้ยินเสียงม้ากระจ่างเต็มสองหู ซึ่งในตอนนั้นเมื่อเล็กบอกให้ฟัง ฉันก็รำลึกในทันทีว่า มันบางทีก็อาจจะเป็น “ผีม้าบ้อง”

อ๋อ! เพียงพอมาเขียนเล่าย้อนไปถึงแม่กับยาย ก็ทำให้รำลึกได้อีกอย่างว่า การที่พี่สาวเคยได้เห็นม้าตัวหนึ่งขึ้นมาเดินอยู่บนบ้านในคืนที่ยายตาย (เล่าเอาไว้ในตอนก่อนหน้า) จะเกี่ยวอะไรกันไหมนะ หรือ ผีม้าบ้องจะมาส่องดูศพยาย

ไม่เอาความ! ยูฟ่า ตัดสินใจเลิกการฟ้อง 3 ยักษ์ใหญ่กรณีแอบจัดตั้งขึ้นซูเปอร์ลีก

สมาพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ออกรายงานว่าพวกเขาได้ทำถอนฟ้อง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้ทั้ง 3 สโมสรดังของทวีปยุโรปจะไม่ถูกลงโทษใดๆจากความประพฤติปฏิบัติที่ผ่านมา

โดยทั้ง บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด อยู่ในกลุ่ม 12 กลุ่มดังของทวีปยุโรปที่เคยประกาศว่าจะแยกตัวออกจากรายการระดับทวีปของ ยูฟ่า เพื่อไปจัดรายการใหม่คุ้นเคยที่ชื่อว่า ยูโรเปี้ยน ซูเปอร์ลีก โดยที่จะยังลงเล่นเกมลีกภายในประเทศถัดไป แต่ว่าสุดท้ายก็โดนถกเถียงจากหลายฝ่ายอย่างรุนแรงจนกระทั่งกลายเป็นข่าวสารดังไปทั่ววงการลูกหนัง

ในที่สุดแล้วแทบทุกกลุ่มก็ถอนตัวจากโปรเจ็กต์ดังที่กล่าวมาข้างต้น เหลือเพียงแค่ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด ที่ยังคงยืนกรานว่าจะเดินหน้าแผนงานนั้นถัดไป ซึ่งมันก็ทำให้ ยูฟ่า ข่มขู่ว่าจะปฏิบัติงานทางด้านกฎหมายกับพวกเขา โดยตอนแรกมีรายงานว่าทั้ง 3 กลุ่มนั้นบางครั้งอาจจะโดนแบนจากการลงเล่นศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วย แต่ว่าเมื่อช่วงพ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีการชะลอการร้องทุกข์เอาไว้ก่อน รวมถึงสั่งระงับการเก็บเงินค่าปรับของอีก 9 สโมสรที่เหลือ จนถึงปัจจุบัน ยูฟ่า ก็บอกเองว่ายกเลิกแผนที่จะฟ้องคดีทั้ง 3 กลุ่มดังแล้ว

“ภายหลังที่มีการพักการเดินเรื่องกับ บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส รวมทั้ง เรอัล มาดริด ในประเด็นเกี่ยวกับการที่พวกเขาบางครั้งอาจจะฝ่าฝืนกฎของ ยูฟ่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับการไปจัดรายการ ซูเปอร์ลีก แต่ก่อนหน้านี้นั้น วันนี้ทางคณะกรรมการด้านการอุทธรณ์ของ ยูฟ่า ก็ได้ตัดสินใจว่าการปฏิบัติงานทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมาจะถือเป็นโมฆะ เหมือนว่าการเดินเรื่องไม่เคยิดเกิดขึ้นตั้งแต่ทีแรก” แถลงการณ์ของ ยูฟ่า กำหนด

สำหรับสาเหตุที่เรื่องดังที่กล่าวมาข้างต้นมาถึงบทสรุปที่เป็นความพ่ายของยูฟ่า เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ศาลกรุงมาดริด ประเทศสเปน วินิจฉัยว่ายูฟ่าไม่มีอำนาจสำหรับในการยั้งการเกิดซูเปอร์ลีก เพราะขัดกับข้อบังคับการค้าเสรีของสหภาพยุโรป หรือ อียู นั่นเอง

เคลื่อนไหวทันที! “โค้ชซิโก้” โพสต์หลังฝ่ายจัดประกาศ วี-ลีก ฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ

แปลงเป็นหลักสำคัญใหญ่ในวงการลูกหนังเวียดนาม เมื่อฝ่ายจัดการแข่ง ฟุตบอล วี-ลีก เวียดนาม ได้ออกมาประกาศจบการประลองที่เหลือทั้งผอง เนื่องจากว่าสถานการณ์วัววิด-19 ที่แพร่ระบาดในประเทศ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เดือนกันยายน ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

อย่างไรก็แล้วแต่ห้องประชุมลงความเห็นว่าให้นับว่าการประลองในช่วงฤดูกาล 2021 เป็นโมฆะ ไม่มีการมอบแชมป์ให้กับ ฮองอันห์ยาลาย และให้นับว่าไม่มีทีมที่คว้าแชมป์ และไม่มีทีมตกชั้น รวมถึงไม่มีทีมจากดิวิชั่นที่น้อยกว่าได้สิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นมาด้วยเช่นเดียวกัน แม้ว่าจะแข่งกันไปแล้ว 12 นัดหมายก็ตาม

โดยฝ่ายจัดมองว่า ฮองอันห์ยาลาย ทีมนำหัวหน้าฝูงที่มี 29 คะแนน ยังคงมีแต้มที่ไม่ได้ทิ้งขาดจากทีมอันดับ 2 อย่าง เวียตเทล ที่มี 26 คะแนน เพียงแค่ 3 แต้มเท่านั้น และยังเหลือโปรแกรมการประลองในช่วงสเตจแรก 1 เกม และสเตจที่ 2 อีก 5 เกม

ซึ่งปัจจุบัน “สิโก้” เกียรติ เสนาเมือง โค้ชคนไทย ที่เป็นคนทำให้สมาคมฮองอันห์ยาลาย ผงาดนำหัวหน้าฝูงได้ออกมาโพสต์เนื้อความเป็นภาษาเวียดนาม ผ่านอินสตาแกรมว่า “ช่างเถิด ฉันยังอยู่ตรงนี้อีกนาน” แสดงถึงความขมักเขม้นที่จะพาทีมประสบความสำเร็จให้ได้ในอนาคตหลังยังเหลือสัญญาคุมทีมอีก 1 ปี

ในขณะที่ในเรื่องของโควตาสมาคมฟุตบอลถ้วยทวีปเอเชียอีกทั้งรายการ เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และ เอเอฟซี คัพ ในช่วงฤดูกาล 2022 ทางฝ่ายจัดยังไม่ได้สรุปว่าจะให้สิทธิ์กับสมาคมไหนร่วมการประลอง แม้กระนั้นแม้ยึดตามอันดับคะแนนปัจจุบัน ฮองอันห์ยาลาย จะได้สิทธิ์เนื่องจากว่าผ่านการคาดคะเนในเรื่องของคลับ ไลเซนซิ่ง

สำหรับ “ที่ปรึกษาจอมตีลังกา” เกียรติ เสนาเมือง ยุคเป็นนักฟุตบอลเคยบินมาค้าลำแข้งกับสมาคมที่นี้ในช่วงปี 2002-2006 คว้าแชมป์วีลีก 2 ยุค และ แชมป์เวียดนามซูปเปอร์คัพ 2 ยุค นอกจากนั้นยังเคยคุมกองทัพ ฮอง อันห์ ยาลาย มาแล้ว 2 ครั้งในปี 2006 และ ปี 2010 อีกด้วย

วิกฤติขั้นสุด! EFL ตัด ดาร์บี้ เคาน์ตี้ 12 แต้ม หลังกลุ่มส่อล้มละลาย

ข่าวใหญ่ของวงการลูกหนังดินแดนผู้ดี เมื่อ บอลลีกอังกฤษ ตัดแต้ม ดาร์บี้ 12 คะแนน และก็ตั้งทีมงานฟื้นฟูธุรกิจ หลังสโมสรส่อล้มละลาย

จากอดีตกาลที่เคยโลดแล่นในลีกสูงสุดของอังกฤษ ถึงกับขนาดเป็นแชมป์ 2 ยุค ในตอนทศวรรษที่ 70 ปัจจุบัน ดาร์บี้ เคาน์ตี้ สโมสรในเดอะ แชมเปี้ยนชิพ หรือระดับ tier 2 ของอังกฤษ มีอันจำต้องเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูธุรกิจ และก็โดนบอลลีกอังกฤษ (EFL) หัก 12 แต้ม หลังจากขาดทุนราว 20 ล้านปอนด์ (910 ล้านบาท) ในตอนวิกฤติ COVID-19

ซึ่งทาง EFL ได้มีการแต่ง แอนดรูว์ ฮอสกิ้ง, คาร์ล แจ็คสัน และก็ แอนดรูว์ อันโดรนิคู 3 ผู้อำนวยการบริหารจากบริษัทที่ปรึกษาธุรกิจ Quantuma เข้ากระทำฟื้นฟูธุรกิจ

ฮอสกิ้ง กล่าวว่า “พวกเราอยู่ในขั้นเริ่มของการวัดช่องทางที่มีให้กับสโมสร และก็จะเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามา เป้าหมายเร่งด่วนของพวกเราเป็น ทำให้แน่ใจว่าสโมสรจะสามารถลงเตะครบตามโปรแกรมใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาลนี้ และก็ถ้าเกิดลุ่มที่สนใจคุ้มครองสโมสรและก็พนักงานของสโมสร”

โดยสโมสร ดาร์บี้ ได้ประกาศว่าจะเข้ารับการปฏิสังขรณ์ธุรกิจเมื่อวันศุกร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา ซึ่ง เมล มอร์ริส ผู้ครอบครองสโมสรได้ใช้เวลา 2 วันในการสนทนากับนักเตะและก็สต๊าฟฟ์ ที่เวลานี้ความยั่งยืนมั่นคงในงานของพวกเขาเริ่มไม่แน่นอน และก็ภายหลังที่โดนตัด 12 แต้ม ก็ทำให้ ดาร์บี้ ภายใต้การควบคุมกลุ่มของ เวย์น รูนี่ย์ อดีตกาลกัปตันกลุ่มชาติอังกฤษ อยู่อันดับสุดท้ายของตาราง ด้วยคะแนน -2

ขณะเดียวกัน เทรเวอร์ เบิร์ช ผู้บริหารระดับสูงของ EFL กล่าวว่าได้มี “การปรึกษาขอคำแนะนำเชิงประดิษฐ์” กับ Quantuma แล้ว ซึ่งทาง Quantuma ได้พากเพียรหาทางปรับปรุงแก้ไขที่เหมาะสมและก็จำเป็นจะต้องสำหรับในการช่วยเหลือสโมสร ให้หาทางออกจากการหมดเนื้อหมดตัว

“ผมรู้ว่านี่เป็นตอนที่ท้าและก็น่าวิตกสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับข้าราชการและก็แฟนบอล เป็นความตั้งอกตั้งใจของพวกเราที่จะทำงานเชิงรุกกับผู้ดูแลฟื้นฟูธุรกิจ และก็ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง โดยมีจุดประสงค์เพื่อรักษาอนาคตระยะยาวที่เป็นไปได้สำหรับ ดาร์บี้ เคาน์ตี้” เทรเวอร์ เบิร์ช กล่าว

ไม่เบาๆความเอ็กซ์! “ไรท์” แข้งสาวไม่มีขึ้นอยู่กับลงรูปยั่วใจให้ตามไป OnlyFans

ภายหลังจากถูกชมรม ชาร์ลตัน แอธเลติเตียนก กลุ่มหญิง ประกาศแยกทางเพราะว่าความประพฤติที่ไม่เป็นมือโปร จนถึงทำให้คุณจำต้องหันมาทำอาชีพขัดตาทัพด้วยการเปิด OnlyFans (โอนลีแฟนส์)

ตอนว่างงาน! “ไรท์” แข้งสาวผู้ดีเปิด OnlyFans ให้แฟนคลับได้ฟินแบบ 18+
ล่าสุด แมเดลีน ไรท์ แข้งสาวสุดสะบึมก็ยังไม่เบาๆความน่ามอง ด้วยการปล่อยของอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งตอนนี้คุณกำลังพักอยู่ที่มาร์เบยา เมืองติดสมุทรที่ได้ชื่อว่าเป็นเลิศในสถานที่เที่ยวยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศสเปน

โดย ไรท์ วัย 23 ปี ได้ลงรูปในชุดเดรสสีขาวเว้าสูงเปิดเผยให้มองเห็นเรียวขาสุดแน่นตามแบบฉบับนักฟุตบอลหญิง รวมถึงชุดใส่สำหรับว่ายน้ำบิกินี่สีดำ เรียกผู้กระทำดหัวใจและก็คอมเมนต์จากแฟนคลับในอินสตาแกรม madelene_wright ที่มีผู้ติดตามร่วม 2.7 แสนได้อย่างเนืองแน่น

สำหรับ OnlyFans คือเว็บไซต์ยอดฮิตที่จำต้องโอนเงินให้เจ้าของช่องแค่นั้นถึงจะเข้าถึงรายละเอียดด้านในได้ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าแทบทั้งสิ้นของเว็บไซต์ OnlyFans จะเป็นรูปและก็คลิปในระดับ 18+ ทั้งหมดทั้งปวง โดย ไรท์ เรียกเก็บค่าช่วยเหลือจากผู้ที่อยากได้ชมความสวยสดงดงามของคุณอยู่ที่เดือนละ 33 ปอนด์ หรือราว 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม ไรท์ เองก็ไม่ได้ทอดทิ้งความฝันสำหรับเพื่อการเป็นแม่เนื้อนิ่ม เมื่อคุณยังการันตีว่าอยากได้หาชมรมใหม่เพื่อค้าแข้งถัดไป โดยมี ไม่ลล์วอลล์ ต้นสังกัดแรกของคุณยุคเป็นดาวรุ่งที่ให้ความสนใจอยู่นั่นเอง

น่ารักเซ็กซี่มาเลย! “มีอา” เน็ตไอดอลสุดติสต์หวานใจ “โรเมโอ เบ็คแฮม”

ภายหลังลงประเดิมสนามในอาชีพพ่อค้าลำแข้งอย่างเป็นทางการ ก็ทำให้สื่อมวลชนสังเกตชีวิตส่วนตัวของ โรเมโอ เบ็คแฮมลูกชายคนรองของ เดวิด กับ วิคตอเรีย เบ็คแฮม มากเพิ่มขึ้นในทันที

สะกดรอยพ่อ! “โรเมโอ เบ็คแฮม” ประเดิมอาชีพนักเตะเต็มกำลังแล้ว
ส่วนในเรื่องหัวใจของลำแข้งวัย 19 ปี ก็กำลังโดนจับตามองจากแฟนๆและก็สื่อไม่แพ้กัน สำหรับความเกี่ยวเนื่องระหว่าง โรเมโอ กับ มีอา เรแกน สาวน้อยวัย 18 ปี ที่ทั้งสองเปิดตัวเปิดใจแบบไม่มีกั๊ก ลงรูปคู่ผ่านอินสตาแกรมอยู่เป็นประจำ

สำหรับ มีอา เจ้าของความสูง 178 ซม. เธอเกิดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2002 มีอาชีพหลักคือถ่ายแบบ แม้กระนั้นเธอสามารถสร้างชื่อได้อย่างเร็วผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์คอย่าง TikTok และก็อินสตาแกรม ด้วยบุคลิกสดใสร่าเริง, แฟชันนิสต้าตัวแม่ และก็ยังมีอารมณ์ศิลปินสูงสุดๆ

โดย มีอา ได้ชื่อว่าเป็นเน็ตไอดอลแห่งสมัยคนนึงของสังคมวัยรุ่นอเมริกัน ทั้งความสามารถที่นานาประการและก็มีความมั่นใจในตัวเองสไตล์คน Gen-Z ซึ่งตัว มีอา นั้นเข้ากันได้ดีกับสมาชิกในครอบครัวเบ็คแฮม ไม่ต่างอะไรจาก นิโคลา เพลต์ซ หวานใจของ บรูคลีน พี่ชายคนโตของ โรเมโอ อย่างยิ่งจริงๆ

ด้าน โรเมโอ เป็นลูกชายคนรองของบ้านเบ็คแฮมโดยมีพี่ชายคือ บรูคลีน วัย 22 ปี และก็ คุณครูซ กับ ฮาร์เปอร์ น้องชายกับน้องสาววัย 16 และก็ 10 ปี ตามลำดับ

คืนนี้เจอกัน! “เดปาย, อาเรียส” เพื่อนซี้ที่ต้องกลายเป็นคู่แข่งชั่วคราว

เกมลาลีกา สเปน คู่ระหว่างบาร์เซโลน่า พบกับ กรานาด้า ที่คัมป์ นู ในคืนวันจันทร์ที่ 20 เดือนกันยายนนี้ เป็นการดวลกันระหว่าง 2 เพื่อนสนิท เมมฟิส เดปาย กองหน้าของเจ้าบ้าน กับ ซานติอาโก้ อาเรียส แบ็กขวาของผู้มาเยือน

ทั้งสองคนรู้จักกันคราวแรกที่สโมสรพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น ในเนเธอร์แลนด์ เมื่อปี 2013 อาเรียส ย้ายจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มาค้าลำแข้งในถิ่นฟิลิปส์ สตาดิโอน ในช่วงเวลาที่เดขว้างย เป็นเยี่ยมในดาวรุ่งที่น่าเฝ้าดูในช่วงเวลานั้น


ฤดู 2013/14 แล้วก็ 2014/15 เดปาย แล้วก็อาเรียส ได้ลงสนามด้วยกันทั้งปวง 53 นัด ให้กับพีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น แล้วก็พาทีมคว้าแชมป์เอเรดิวิซี่ ลีกสูงสุดของประเทศ ในฤดูกาล 2014/15 ทั้งสองคนก็เลยยิ่งสนิทกันขึ้นไปอีก
แม้กระนั้น ในปี 2015 เดขว้างย ตัดสินใจย้ายไปค้าลำแข้งให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แล้วก็ได้พบกับพีเอสวี ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบแบ่งกลุ่ม ครั้งแรก เมื่อเดือนกันยายน 2015 เดปาย ยิงประตูให้ยูไนเต็ด แม้กระนั้นกลุ่มของอาเรียส เปิดบ้านเอาชนะไปได้ 2-1

ส่วนการพบกันในนัดที่ 2 ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด บ้านของแมนฯ ยูไนเต็ด เมื่อพ.ย. 2015 เท่ากันไป 0-0 แล้วก็โน่นเป็นครั้งปัจจุบันที่เดปายแล้วก็อาเรียส ได้ประจันหน้ากันในสนาม ก่อนที่ทั้งสองจะกลับมาดวลกันอีกครั้งในคืนวันจันทร์นี้

คนใดเป็นโค้ชกันแน่? “ริโอ” พร่ำบ่น “โซลชาร์” ไม่กล้าสั่ง “โรนัลโด” ไปนั่งนิ่งๆ

“ริโอ เฟอร์ดินานด์” ข้ารูลูกหนังมีชื่อเสียง ออกมาวิจารณ์ “คริสเตียโน โรนัลโด” ข้างหลังออกแอ็กชันยืนโวยวายคล้ายกับเป็นผู้ฝึกสอนอีกคนด้านข้าง”โอเล กุนนาร์ โซลชาร์” ผู้จัดการทีมฟุตบอลของทีม

ริโอ เฟอร์ดินานด์ ข้ารูลูกหนังมีชื่อเสียง ออกมาวิจารณ์ คริสเตียโน โรนัลโด สตาร์คนมีชื่อเสียงชาวโปรตุเกสของ “อสุรกายแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ข้างหลังออกแอ็กชันยืนโวยวายคล้ายกับเป็นผู้ฝึกสอนอีกคนด้านข้างโอเล กุนนาร์ โซลชาร์ เทรนเนอร์ของทีมชาวประเทศนอร์เวย์

ดังนี้ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ย้ายจาก “ม้าลาย” ยูเวนเหม็นตุส คืนถิ่นเก่าอย่างชายคา โอลด์ แทรฟฟอร์ด ลงไปในสนามให้กับทีมเป็นนัดที่ 2 และตัวเขาก็ทำประตูได้สม่ำเสมอข้างหลังลงไปในสนามในเกมลีกนัดแรกก็ซัดเบิ้ลสองประตูในเกมถล่มเอาชนะ “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 4-1 ถึงกระนั้นเกมนี้ตัวเขาถูกเปลี่ยนตัวออกมาช่วงช่วงหลังเช่นเดียวกับแข้งร่วมชาติอย่าง บรูโน เฟอร์นันเดส อีกคน

แต่ทว่าภายหลังที่ คริสเตียโน โรนัลโด รวมถึง บรูโน เฟอร์นันเดส ที่ถูกเปลี่ยนตัวออกมามีอยู่จังหวะหนึ่งที่ทั้งสองลุกออกมาโวยวายเสียงดังด้านข้างกับ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ซึ่ง ริโอ เฟอร์ดินานด์ คิดว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างมาก และหากเป็นเขาจะสั่งให้กลับไปนั่งที่เดิม เนื่องจากว่าคิดว่าไม่ใช่หน้าที่ของนักฟุตบอลอะไร

“ด้วยความจริงหากผมเป็นเขา (โอเล กุนนาร์ โซลชาร์) ผมจะสั่งให้พวกเขากลับไปนั่งซะ!”

“ผมรู้เรื่องนะว่า คริสเตียโน โรนัลโด มีแพสชันที่เปี่ยมล้นไปด้วยความต้องการที่จะเอาชนะ บางบุคคลคิดว่ามันเป็นการแสดงความฮึกเหิมแต่หากลองเป็นคนอื่นๆมันก็จะต่างออกไปและถ้าหากว่าสิ่งนี้มันทำให้เขาจำเป็นต้องลุกมายืนโวยวาย หรือออกคำสั่งข้างสนามๆใกล้ๆกับผู้จัดการทีมฟุตบอลที่มีบทบาทในทีมเหนือกว่าผู้เล่นคุณจะเถียงไหมล่ะว่ามันถูกต้อง” สมัยก่อนแนวรับวัย 42 ปีเจาะจง

บาเยิร์น มิวนิค ต่อสัญญา “กอเร็ตซ์ก้า” ยาวถึงปี 2026

บาเยิร์น มิวนิค ประกาศต่อสัญญากับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า มิดฟิลด์ตัวเก่งออกไปยาวจนถึงปี 2026

“เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค กลุ่มดังแห่งบุนเดสลีกา เยอรมัน ประกาศต่อสัญญากับ เลออน กอเร็ตซ์ก้า มิดฟิลด์วัย 26 ปี ออกไปจนถึงปี 2026 เรียบร้อยแล้ว โดย เลออน กอเร็ตซ์ก้า กล่าวว่า “ที่บาเยิร์น มิวนิค เราได้แชมป์ได้ทุกรายการในตอนสามปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ดีมากกว่าการได้แชมป์คือการพยายามได้แชมป์ถัดไปเรื่อย”

“ส่วนประกอบกลุ่มนี้คือสิ่งที่ค้ำประกันการบรรลุเป้าหมายของสมาพันธ์แห่งนี้ ผมยินดีมากมายที่ได้ขยายสัญญาออกไปจนถึงปี 2026”

ขณะ โอลิเวอร์ ติดอยู่ห์น CEO ของสมาพันธ์บอลบาเยิร์น กล่าวว่า “สิ่งจำเป็นสำหรับในการพัฒนาของ บาเยิร์น มิวนิค คือการที่เรารักษาตำแหน่งผู้นำของเราในระยะยาว เราต้องการผู้เล่นที่มีแรงกระตุ้นอย่างยั่งยืน”

“การขยายสัญญานี้ยังเป็นสัญญาณที่ลีออนเชื่อถือว่าเราจะยังคงประสบความสำเร็จถัดไปในอนาคตอย่างเดิมเป็นมาในอดีต”

ดังนี้ เลออน กอเร็ตซ์ก้า ย้ายมา บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2018 จากชาลเก้04 พร้อมเป็นอย่างยิ่งสำคัญพาทีมได้แชมป์บุนเดสลีกา 3 สมัย, เดเอฟเบ โพติดอยู่ล 2 สมัย รวมทั้งยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย รวมทั้งยังลงเล่นไป 114 เกม ทำได้ 25 ประตูอีกด้วย

เก็บตกด้านหลังเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ด้านหลัง ลิเวอร์พูล {เชือด|เฉือนมิลาน 3-2

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ 6-3 เก็บ 3 แต้มแรกเปิดฉากแชมเปี้ยนส์ลีก และก็ขึ้นไปรั้งผู้นำฝูงของกรุ๊ป

ศึกบอลยูฟา แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเเบ่งกรุ๊ป กรุ๊ปเอ เป็นการเจอกันระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่เปิดสนามอิธิฮัด สเตเดี้ยม ต้อนรับการมาเยือนของ แอร์เบ ไลป์ซิกข์

ฝั่งเรือใบสีฟ้า เจ้าของบ้านจัดทีมในระบบ 4-3-3 วาง ริยาด มาห์เรซ, เฟร์ราน ตอร์เรส, แจ็ค กรีลิช เป็นสามผสานในแนวรุก

ทางด้านไลป์ซิกข์ แขกเลือกใช้แผน 4-2-3-1 อันเดร ซิลวา ยืนแดนหน้า โดยมี คริสโตเฟอร์ เอ็นลุกนคู, เอมิล ฟอร์สเบิร์ก, ดานี่ โอลโม่ รอปั้นเกม

ผลปรากฎว่าครึ่งเเรก ผ่านไป 16 นาที เรือใบสีฟ้า ออกนำ 1-0 จากผลงานของ แจ็ค กรีลิช ที่เปิดเตะมุมมาให้ นาธาน อาเค่ โขกทิ่มตาข่ายไม่เหลือซาก

เท่านั้นยังไม่พอนาทีที่ 28 เจ้าของบ้านนำห่าง 2-0 จากวิธีการทำเข้าประตูตัวเองของ นอร์ดี มูกีเล่ กองหลังทีมเยือน

นาทีที่ 42 นอร์ดี มูกีเล่ มาแก้ตัวโขกขัดถูผ่านบอลให้กับ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนกู โหม่งทิ่มตาข่ายให้ทีมไล่หลังข้างหลังมา 1-2

อย่างไรก็ตาม แมนฯ ซิตี้ มาได้จุดโทษจากจังหวะแฮนด์บอลของ ลูคัส โคลสเตอร์มันน์ ในนาที 45 ก่อนที่จะเป็น รียาด มาห์เรซ รับหน้าที่ฆ่าไม่พลาดพาทีมนำ 3-1 ในครึ่งแรก
59194709_303
ครึ่งหลัง ไลป์ซิกข์ ไล่มา 2-3 ในนาที 51 ดานี่ โอลบด เปิดบอลให้ คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนข้า โขกทิ่มตาข่าย แต่ว่านาที 56 เจ้าถิ่นนำ 4-2 โดยเป็นผลงานของ แจ็ค กรีลิช

นาทีที่ 67 เฟร์ราน ตอร์เรส ส่งบอลเข้าประตูไป แต่ว่ามิได้เพราะโดน วีเออาร์ จับล้ำหน้า และก็เปลี่ยนเป็นทีมเยือนไล่มา 3-4 ในนาที 73 ซึ่งเป็นคนเดิม คริสโตเฟอร์ เอ็นกุนข้า ทำแฮตทริกของตนเองในนัดนี้

ทว่าอีก 2 นาทีต่อมา ซิตี้ ได้เม็ดที่ห้า จากจังหวะยิงไกลสุดงามของ ชูเอา กานเซโล่ ให้ทีมนำ 5-3

ไลป์ซิกข์ ห่วยแตกหนักกว่าเดิมเพราะต้องเหลือ 10 คนในนาที 75 เมื่อทาง อังเคลินโญ่ โดนใบเหลืองลำดับที่สองเป็นใบแดงไล่ออกจากสนาม

นาที 86 กาเบรียล เชซุส มาทำคะแนนให้กับ เรือใบสีฟ้า ถึงแม้ทางผู้ตัดสินจะขอรอคอยสัญญาณจาก วีเออาร์ แต่ว่าภายหลังจากตรวจตราแล้วพบว่าไม่มีอะไรผิดกฎเลยเป็นประตูนำ 6-3 ของเจ้าของบ้าน

จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ แอร์เบ ไลป์ซิกข์ 6-3 เก็บ 3 แต้มแรกเปิดฉากแชมเปี้ยนส์ลีก และก็ขึ้นไปรั้งผู้นำฝูง

รายนามผู้เล่นทั้งสองทีม

แมนฯซิตี้ : เอแดร์ซอน – ยกเอา กานเซโล่, รูเบน ดิอาส (กัปตันทีม), นาธาน อาเค่, โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ – เควิน เดอ บรอยน์ (ฟิล โฟเด้น น.71), โรดรี้ (แฟร์นานดินโญ่ น.59), แบร์ที่นาร์โด้ ซิลวา (อิลคาย กุนโดกัน น.59) – ริยาด ผีเรซ, เฟร์ราน ตอร์เรส (ราฮีม สเตอร์ลิง น.72), แจ็ค กรีลิช (กาเบรียล เชซุส น.81)

แอร์เบ ไลป์ซิกข์ : ปีเตอร์ ข้าลาชี่ – ลูคัส โคลสเตอร์มันน์, วิลลี่ ออร์บาน, นอร์ดี้ มูกีเอเล่, อังเคลินโญ่ (ใบแดง น.79) – คอนราด ไลเมอร์ (อมามอง ไฮดาร่า น.60), ไทเลอร์ อดัมส์ – ดานี่ โอลบด (ไบรอัน บร็อบบี่ย์ น.72) , เอมิล ฟอร์สเบิร์ก (โดมินิค โซบอสซ์สไล น.60), คริสโตเฟอร์ เอ็นคุนคู (ยอสโก้ กวาร์ดิโอล น.81) – อันเดร ซิลวา (ยูสซุฟ โพลสังเวย น.60)